ประวัติ หลวงพ่อเจ้าคุณพระพิศาลธรรมภาณี (เชื้อ สุธมฺโม)
หลวงพ่อเจ้าคุณพระพิศาลธรรมภาณี นามเดิม เชื้อ นามสกุล สุขม่วง เกิดที่บ้านหอกลอง หมู่ที่ ๑ ตำบลหอกลอง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก
บิดาชื่อ นายบาง มารดาชื่อ นางฝอย เกิดวันเสาร์ ขึ้น ๓ ค่ำ ปีมะเส็ง วันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๘ มีพี่น้องรวม ๗ คน คือ
๑. นางผูก มั่นคง
๒. นางชื้น โพธิ์ปาน
๓. พระพิศาลธรรมภาณี (เชื่อ สุขม่วง)
๔. นายสาย สุขม่วง
๕. นางแฉล้ม ถนอมวงค์
๖. นางเงิน หนูไทย
๗. นางทอง คำหมู่
อายุ ๘ ขวบ เข้าเรียนภาษาไทย ที่โรงเรียนประชาบาลวัดกระบังมังคลาราม เรียนจบชั้น ป.๔
อายุ ๑๘ ได้บรรพชา ที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยมี พระวรญาณมุนี (พร้อม นิลพงษ์) เป็นพระอุปัชฌาย์ ณ วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๔
สอบ น.ธ. ตรี ได้ ไปเรียนพระปริยัติธรรมต่อที่วัดอนงคาราม ธนบุรี (กรุงเทพมหานคร)
อุปสมบท อายุ ๒๑ ปี เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๔๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ พัทธสีมาวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยมี พระวรญาณมุนี เป็นอุปัชฌาย์ พระครูอนุโยคศาสนกิจ (รอด) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดชั้น เป็นอนุสาวนาจารย์
พ.ศ.๒๔๗๔ เป็นเจ้าอาวาสวัดกระบังมังคลาราม
พ.ศ.๒๔๗๖ เป็นเจ้าคณะอำเภอพรหมพิราม
พ.ศ.๒๔๘๕ เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่ พระครูเมธาประยุต และเป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.๒๔๙๗ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระพิศาลธรรมภาณี
หลวงพ่อเจ้าคุณพระพิศาลธรรมภาณี (เชื้อ สุธมฺโม) มรณภาพเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๒๐
รวมอายุ ๗๓ ปี ๕๓ พรรษา รวมอุปสมบทบรรพชา ๕๖ พรรษา
หลวงพ่อเจ้าคุณพระพิศาลธรรมภาณี อดีตเจ้าอาวาสวัดกระบังมังคลาราม และอดีตเจ้าคณะอำเภอพรหมพิราม ท่านใช้หลักการปกครอง ๔ อย่าง คือ ๑. การศึกษา ๒. ซ่อม ๓. สร้าง ๔. รักษา ในสมัยที่ท่านได้รับหน้าที่ปกครองวัดกระบังมังคลาราม ท่านได้เน้นการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ ได้เปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมในวัดกระบังมังคลาราม ทั้งนักธรรม และบาลี ท่านเป็นเจ้าสำนักเรียน มีลูกศิษย์มากมายที่ได้ดีจากวัดกระบังมังคลาราม เป็นใหญ่เป็นโต จากการสั่งสอนของหลางพ่อเจ้าคุณพระพิศาลธรรมภาณี ความประพฤติส่วนตัว ยินดีในเนกขัมมปฏิบัติ ท่านเป็นอุตตสัมมาปณิธิบุคคล ตั้งตนไว้ชอบตลอดมา ท่านเคร่งครัด เป็นพระเคารพวินัย สำรวมในพระปาฏิโมกข์ ถึงพร้อมด้วยศลี มีมารยาทและโคจรดีงาม เป็นสงฆ์ทรงศลี มีศลีเป็นที่รัก พุทธบริษัทคารวะ ควรเชิดชูเป็นอย่างยิ่ง พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีลไว้ว่า "ภิกฺขุ จ สีลสมฺปนฺโน ภิกฺขูนญฺจ ธนํ สีลํ" ภิกขุถึงพร้อมด้วยศีล ภิกษุมีศีลเป็นทรัพย์ เป็นสังฆโสภณ ยังหมู่คณะให้งาม แม้ท่านจะเป็นพระธรรมกถึกที่มีชื่อเสียงโงดังท่านก็ไม่ประมาท ท่านติตัวของท่านเองเอาไว้ว่า "คนแจวเรือจ้าง ดีแต่ส่งคนอื่นให้ขึ้นฝั่ง ตัวของตัวขึ้นฝั่งไม่ได้ พวกทัพพีไม่รู้รสแกง พวกใบลานเปล่า เที่ยวเทศน์สั่งสอนเขานั้น ก็เท่ากับประจารตัวเอง" ท่านเป็นพระอ่านตัวออก บอกตัวได้ ใช้ตัวเป็น ไม่ประมาท ไม่อยู่ปราศจากประโยชน์ บำเพ็ญประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท นั้นแล เป็นสาระแห่งชีวิต บัณฑิตย่อมสรรเสริญ เกียรติคุณย่อมไม่ละบุคคลนั้นเป็นพหูสูตร มีอรรถธรรมได้สดับมาก ประกอบด้วย ศีลาจารวัตร สถิตในธรรม บุคคลที่มีความประพฤติไม่บกพร่องประกอบไปด้วยปัญญา และศีลบริสุทธิ์ ดุจแท่งทองชมพูนุท ใครจะนินทาท่านได้ แม้เทวดา แม้พรหมก็ย่อมสรรเสริญ.
๙๙๙๙๙๙๙๙๙
หลวงพ่อเจ้าคุณพระพิศาลาธรรมภาณี
เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมณศักดิ์ พระครูเมธาประยุตต์
หลวงเจ้าคุณพระพระศาลธรรมภาณี (เชื้อ สุธมฺโม)
รูปหล่อหลวงพ่อพระพิศาลธรรมภาณี